พูดกันตรงๆ แบบไม่โลกสวย: ยิ่งคุณเป็น "ลูกหนี้ชั้นดีที่กัดฟันจ่ายขั้นต่ำ" แบงก์ยิ่งรักคุณ... แต่ครอบครัวคุณกำลังจะจมน้ำตาย
ลองนึกภาพสิ้นเดือนที่ผ่านมาดูครับ เงินเดือนเพิ่งเข้ายังไม่ทันอุ่น คุณก็ต้องรีบกดแอปโอนจ่ายขั้นต่ำใบละ 2,000... 3,000... 5,000 บาท จนเงินในบัญชีเหลือติดไว้กินข้าวไม่กี่พัน เพียงเพราะกลัวเสียประวัติ กลัวโดนโทรทวง แต่พอใบแจ้งหนี้เดือนถัดมาส่งถึงบ้าน ยอดที่จ่ายไปเกือบหมื่น ถูกหักเป็นดอกเบี้ยไปแล้ว 8,000 กว่าบาท เงินต้นลดลงไปแค่หลักร้อย!
นี่ไม่ใช่การผ่อนหนี้ครับ แต่มันคือ "การเช่าหนี้ตัวเองไปจนวันตาย" ระบบจ่ายขั้นต่ำ 3%–5% (ที่ดอกเบี้ยวิ่ง 16%–25% ต่อปี) ถูกออกแบบมาให้คุณจ่ายดอกเบี้ยทบต้นไปเรื่อยๆ นาน 9 ถึง 11 ปี และวันที่น่ากลัวที่สุดคือวันที่คุณเริ่มเอาบัตรกดเงินสดใบที่สอง ไปรูดโปะขั้นต่ำใบแรก — ทันทีที่คุณเริ่ม "หมุนบัตร" ระเบิดเวลาจะนับถอยหลังสู่ทางตันภายในไม่เกิน 6 เดือน
และอะไรที่ทำให้คนไทยยอมอดข้าว หรือยอมไปกู้นอกระบบดอกเบี้ยร้อยละ 20 มาจ่ายขั้นต่ำ? คำตอบเดียวเลยครับ: "กลัวคำขู่ทางโทรศัพท์" กลัวเสียงแข็งๆ ที่โทรมาขู่ตอนเก้าโมงเช้าว่า "ถ้าบ่ายสามไม่โอนเข้ามา 3,000 บาท จะส่งฝ่ายกฎหมายไปแจ้งความจับที่ออฟฟิศ และส่งเรื่องให้ HR ไล่ออก!"
ฟังความจริงข้อนี้ให้ชัดๆ ครับ: เป็นหนี้บัตรเครดิต ไม่ใช่ฆาตกร! ตามกฎหมายไทย หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเป็น "คดีแพ่ง 100%" ตำรวจหน้าไหนก็มาจับคุณเข้าคุกไม่ได้! และเจ้าหนี้ไม่มีสิทธิ์ยึดบ้านหรืออายัดเงินเดือนคุณได้เองทางโทรศัพท์ จนกว่าจะฟ้องศาลแพ่ง ไกล่เกลี่ย และมีคำพิพากษา ซึ่งใช้เวลาอีกเป็นปี แถมคนทวงหนี้ที่กล้าโทรไปประจานคุณกับ HR หรือเพื่อนร่วมงาน คนทวงนั่นแหละที่จะติดคุกเองตาม พ.ร.บ. ทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 (จำคุกสูงสุด 3 ปี)!
ทำไมคนทวงหนี้ถึงขู่หนักที่สุดในเดือนที่ 2–3? (ความลับที่เขาไม่อยากให้คุณรู้)
เพราะถ้าคุณหลงกลยอมโอน "ยอดหยอด" เข้าไปแค่ไม่กี่พันบาทเพื่อแลกกับความสงบชั่วคราว เงินก้อนนั้นจะกลายเป็นค่าคอมมิชชันของคนทวงและตัดเป็นดอกเบี้ยเกือบทั้งหมด แปลว่าคุณจ่ายฟรี! แต่ถ้าคุณรู้ทันเกม หยุดเลือดไหลให้ถูกวิธี แยกบัญชีเงินเดือนให้ปลอดภัย แล้วสะสมกระสุนรอจังหวะที่หนี้เข้าสู่รอบตัดจำหน่าย ธนาคารและบริษัทซื้อหนี้ (AMC) จะเป็นฝ่ายโทรมาง้อขอให้คุณปิดจบด้วยส่วนลด Haircut 40% ถึง 70% เอง!